2007/Feb/14

วันก่อนเข้าเว็บกูเกิ้ล ลองพิมพ์นามสกุลตัวเองใส่ลงไป ไม่น่าเชื่อเลยครับว่าหลังจากที่กดเอ็นเทอร์ไปนั้น ทำให้โลกแคบๆ ของผมกว้างขึ้นที่ได้รู้ว่ามีญาติร่วมสายโลหิตที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อนอีกโข

เรื่องราวการโมเมนับญาติเริ่มจากชื่อญาติคนนึงที่ขึ้นมาหน้าจอเขาเป็นดอกเตอร์สอนหนังสืออยู่ที่ฝรั่งเศส โห โก้ดีจังคุณญาติ เพิ่งรู้ๆ จากนั้นก็อีเมลติดต่อไป เรื่องราวการคืนสู่เหย้าของชีวประวัติบุคคลสำคัญในสาแหรกครอบครัวก็ร่ายเรียงมาเป็นขบวน ได้ความว่าเขามีศักดิ์เป็นคุณอา เป็นญาติทางพ่อของผม

เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ ครับ


edit @ 2007/02/14 09:29:35

2006/Nov/29

ผ่านไปสองเดือนกว่าๆ แล้วครับสำหรับชีวิตมหาวิทยาลัยของผม เว้นวรรคหลังจากจบปริญญาตรีมาเกือบเจ็ดปี ต้องยอมรับว่ากว่าจะมีวันนี้ได้ผมเดินทางมาไกลและเหนื่อยมาก ว่ากันตั้งแต่การสอบวัดผลทางภาษาอังกฤษ IELTS ที่ต้องตำหนิแม่ว่าน่าจะมีสามีฝรั่งตั้งแต่ผมยังไม่คลอด ออกมาจะได้เป็นไบลิงกวลฟุดฟิดแบบลิงหลับ เข้ามาได้นี่ไม่ใช่ว่าจะผาสุกเลยครับ เพื่อนๆ แต่ละคนในคอร์สนี้ต่างแก่นแก้วกันทั้งนั้น

เชลซี เป็นสาวมั่นชาวอเมริกันที่มีคาแรกเตอร์เหมือนนางเอกภาพยนตร์เรื่อง Legally Blonde เจ๊แกดูมั่นมาก เป็นคนสวยที่สุดในห้องในสายตาผม แต่เธอมีแฟนแล้ว

เคต อีกสาวอเมริกันที่มีแม่เป็นผู้สื่อข่าวรอบจัด แต่เธอดูสบายๆ ง่ายๆ แก่นๆ มักเห็นเธอเอาปากกาทัดหูและโกรกผมสีน้ำตาลแดงประกายทอง เรื่องโปรแกรมตัดต่อภาพยนตร์ Final cut pro ต้องยกให้เธอเพราะเก่งกว่าอาจารย์ที่สอนซะอีก

เวโรนิกา สาวบราซิลเลียนที่ผมเปี่ยมสุขมากเมื่อรู้ว่าเธอแก่กว่าผม ประสบการณ์ในการถ่ายทำภาพยนตร์เธอมีมากว่า 6 ปีเป็นกูรูฝ่ายหญิง อับดุลเรียกแม่ ถามอะไรตอบได้หมด เหมือนเธอเรียนจบสาขานี้มาแล้วตั้งแต่ชาติปางก่อน

บีทริสซ์ สาวตัวเล็กจากเวเนซูเอลาดินแดนที่เหล่านางงามจักรวาลมักปฏิสนธิ คุณค่าที่เธอคู่ควรคือหน้าตาที่ดูงอหงิกเป็นเอกลักษณ์ ความคิดความอ่านรวมทั้งความสามารถทางภาษาอังกฤษของเธอสุดตัวสุดตีน มักตบตีแย่งชิงตำแหน่งกูรูฝ่ายหญิงกับเวโรนิกาเสมอๆ

ซิลเวีย สาวอิตาเลียนนัยน์ตาคมผมหน้าม้า เธอเป็นคนยิ้มง่าย แต่ดูเอาจริงเอาจังมากเวลาเรียน มักดูดยาเส้นช่วงเบรก เคยไปเมืองไทย รักเมืองไทย ชูชาติไทย....

มาร์ติน หนุ่มอังกฤษที่มีสำเนียงโคตรอังกฤษแบบบีบีซี ฟังเค้าพูดทีไรรู้สึกว่าคุ้มค่าตั๋วเครื่องบินที่มาเรียนถึงที่นี่ และหวังว่าผมคงได้สำเนียงอย่างเค้ากลับไปฝากพ่อแม่พี่น้องทางเมืองไทย เค้าจบทางสถาปัตย์ แต่มาเรียนต่อทางภาพยนตร์สารคดี

นาโอ หนุ่มอิสราเอลผู้พบรักกับภรรยาที่เกาะพงันบ้านเราเอง รักเมืองไทย ชอบเมืองไทย (อีกคน) เรียนเก่ง เอื้อเฟื้อ เจ้าตัวบอกว่าเป็น Perfectionist ต้องการเป็นที่สุดของชั้น และทุกๆ อย่าง อาจารย์ให้เขียน essay 2,000 คำ แต่นาโอเพิ่มให้อีกพันกว่าคำ

เจสัน หนุ่มอังกฤษรูปร่างสูง สูงจริงๆ สูงกว่าสองเมตร จบจากพรินซ์ตัน อเมริกา ดูใสๆ เป็นกูรูฝ่ายชาย มักสวมหมวกปีเตอร์แพนประดับด้วยขนนกยูง ถือกระเป๋าเอกสารที่ทำจากพลาสติกหนาชั้นดี ประมาณว่าเฟี่ยงลงมาจากดาดฟ้าตึกใบหยกก็ไม่ตกแตก เจสันเป็นเพื่อนร่วมวงดูดยาเส้นของซิลเวีย

ริคาร์โด อาจารย์หนุ่มจากเปรู ตอนแรกๆ ดูเป็นมิตรดีมาก แต่ตอนหลังผมมาเสียความรู้สึกตอนที่เค้ามาลอบดูรหัสหนังสือตอนที่ผมกับเพื่อนกำลังนั่งกดคอมหากัน ริคาร์โดแอบดอดงาบหนังสือไปครองหน้าตาเฉยซะงั้น

ตัวผมเอง หนุ่มไทยคนแรกของหลักสูตรนี้ เด็กเอเชียคนเดียวในชั้น เพิ่งรู้ว่าทำไมเป็นคนไทยคนแรกที่มาเรียนสาขานี้ที่นี่ ยากชิบ หมู่หรือจ่าก็ต้องตบเท้าก้าวต่อไป สู้เพื่อชาติกันละครับคราวนี้ ว่าแต่ทำไมต้องมาพิมพ์ชื่อผมใกล้ๆ ไอ้ริคาร์โดมันเนี่ย

2006/Jul/23

วันนี้ผมนึกครึ้มใจเอากล้องดิจิทัลของแฟนติดมือไปขายของในตลาดด้วย เผื่อว่าจะได้ถ่ายรูปบรรยากาศตลาดเอาไว้ลงในนิตยสาร ระหว่างเขย่งเท้าชูกล้องถ่ายรูปกดกราดไปในตลาดนั้น อยู่ดีๆ ก็มีชายสูงอายุมายืนยิ้มให้ ดูจากโครงหน้าแล้วคงมีเชื้อสายอินเดีย เค้าบอกว่านี่กล้องคุณรึเปล่า ผมก็ตอบว่าใช่ (จริงๆ ไม่ใช่) เค้าบอกว่าเค้าก็มีกล้องแบบนี้เหมือนกัน และด้วยกล้องแบบนี้แหละทำให้เค้าได้รับรางวัลจากการถ่ายรูปมากมาย และได้แสดงภาพถ่ายในแกเลอรี่ที่มีชื่อเสียงในนิวยอร์กด้วย

กล้องที่ผมถืออยู่ในมือตอนนั้นคือ CANON Power Shot G2 ที่ดูเทอะทะล้าสมัย ด้วยความละเอียดสี่ล้านพิกเซลส์ คุณลุงคนนั้นยังบอกอีกว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับภาพถ่ายเลย บางคนมีกล้องดีแต่โทนเรื่องในการจับภาพไม่เวิร์กก็เอวัง บลา บลา บลา ตอนที่คุณลุงคนนั้นอธิบายไป ผมยังนึกเลยว่า เอ อาบังคนนี้คงอยากเมาท์มากนะ เมาท์เป็นชุดไม่หยุดพัก แปลกดีนะครับ ปกติคนเราได้รับการทักทายง่ายๆ จากจากเดินจูงหมาออกมาในที่สาธารณะ ใครเห็นก็ทัก เข้ามาพูดคุย เพราะมีหมาเป็นนางนกต่อ แต่ผมกลับมีแค่กล้องถ่ายรูปโบราณอันนี้

ในที่สุดเค้าก็ให้ชื่อและเว็บไซต์ของเขาฝากไว้ก่อนจากกัน ผมยังได้ภาพถ่ายคู่มาไว้ด้วยเพื่อยืนยันว่า(เผื่อ)เป็นตัวจริง กลับมาถึงที่บ้านปุ๊บผมก็เข้าเว็บทันทีเพื่อพิสูจน์ ปรากฏว่าเขาเป็นช่างภาพ (จริงๆ ด้วยว่ะ) www.chandrushahani.com เว็บไซต์ของคุณ Chandru Shahani ชายเชื้อสายอินเดีย อายุ 70 ปี

ไม่อยากเชื่อเลยว่าวันนี้ผมจะได้รู้จักกับคนมากประสบการณ์อีกคนโดยบังเอิญ บางครั้งการที่คนอื่นเข้าหาเราแบบดีๆ ดีแบบที่เราไม่คาดคิด เราอาจตั้งกำแพงกั้นมิตรภาพไว้ซะสูงเกินเหตุ แต่อย่างว่า มิตรภาพในเมืองใหญ่มันไม่ได้หาได้ง่ายๆ และบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเราต่างใส่รหัสกันไว้หลายชั้น

อ้างว่า "เพื่อความปลอดภัย"

เอาน่า ผมว่าอย่าไปคิดอะไรมาก ถ้าคนเราอยากรู้จักกันไว้ ไม่ง่าย ไม่ยาก ถ้าหากเปิดใจพูดคุยกัน ผมมีคุณลุงอินเดียคนนี้เก็บไว้ในไดอารีออนไลน์วันนี้เพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว

จำได้ว่าสมัยก่อนตอนเรียนมหาลัย ผมต้องไปขึ้นรถประจำทางกลับบ้านที่สถานีขนส่ง อาเขต เชียงใหม่ ด้วยความที่เราเป็นนักศึกษาสังคมศาสตร์ และชอบซักถามพูดคุย ผมจึงมักจะได้พบเจอคนหลากหลายและรู้จักคนจากบทสนทนาในสถานที่ต่างๆ กัน สนุกดีครับ ครั้งหนึ่งผมเจอหญิงชาวดอย เขาเล่าเรื่องการปลูกถั่วเหลืองให้ฟังแบบละเอียดมากจนอยากจะไปเยี่ยมบ้านเขา ไปช่วยปลูกถั่ว ไปช่วยขายให้ได้ราคาที่ไม่ขาดทุนย่อยยับจนต้องจำนองที่นาและบ้าน อีกครั้งผมนั่งบนรถประจำทางพี่ผู้หญิงคนนึงคุยเป็นเพื่อนผมตลอด ๔ ชั่วโมง เล่าเรื่องครอบครัวแบบหมดเปลือก ขมวดท้ายด้วยเรื่องบนเตียงกับสามี (เลยนะ)

ผมชอบคุยกับคนรอบข้าง เพราะเหมือนผมได้อ่านหนังสือชีวิตของเขา แม้เพียงส่วนหนึ่ง แต่มันทำให้ผมได้รับรู้ความรู้สึกของคนอื่น ทำให้คนอื่นได้รับความรู้สึกของผม แม้เพียงชั่วระยะเวลาอันสั้น และจากวันนั้นเราอาจจะไม่เจอกันอีกแล้วจนวันตาย แต่ผมไม่เคยลืมคู่สนทนาแต่ละคนของผมเลย มีความสุขที่ได้พูดคุยกับผู้คนมากครับ

"a stranger on a bus" คำพูดนี้คงเป็นจริงไปตลอดกาลหากผู้ที่นั่งข้างๆ (ที่อาจเป็นคุณ) ไม่เปิดปากพูดคุย มันต้องมีฝ่ายเริ่ม มิตรภาพจึงจะถือกำเนิดขึ้นมาหายใจบนโลกใบนี้ได้ จริงๆ มันก็ทำได้ง่ายๆ เริ่มจากรอยยิ้มของเราเอง

ตอนนี้ที่นั่งยิ้มมองภาพถ่ายผลงานคุณลุงจากสถานที่ต่างๆ รอบโลกอยู่ สวยมากครับ เขาไปมาหลายประเทศ หลายทวีป หลายสังคม วันนี้คุณลุงเป็นคนเริ่มทักผม มิตรภาพจึงได้หายใจอยู่ตรงหน้า เพิ่งรู้ว่าประโยชน์ของกล้องถ่ายรูปมีมากกว่าแค่ใช้ถ่ายรูปก็วันนี้เอง