วันนี้ผมนึกครึ้มใจเอากล้องดิจิทัลของแฟนติดมือไปขายของในตลาดด้วย เผื่อว่าจะได้ถ่ายรูปบรรยากาศตลาดเอาไว้ลงในนิตยสาร ระหว่างเขย่งเท้าชูกล้องถ่ายรูปกดกราดไปในตลาดนั้น อยู่ดีๆ ก็มีชายสูงอายุมายืนยิ้มให้ ดูจากโครงหน้าแล้วคงมีเชื้อสายอินเดีย เค้าบอกว่านี่กล้องคุณรึเปล่า ผมก็ตอบว่าใช่ (จริงๆ ไม่ใช่) เค้าบอกว่าเค้าก็มีกล้องแบบนี้เหมือนกัน และด้วยกล้องแบบนี้แหละทำให้เค้าได้รับรางวัลจากการถ่ายรูปมากมาย และได้แสดงภาพถ่ายในแกเลอรี่ที่มีชื่อเสียงในนิวยอร์กด้วย
กล้องที่ผมถืออยู่ในมือตอนนั้นคือ CANON Power Shot G2 ที่ดูเทอะทะล้าสมัย ด้วยความละเอียดสี่ล้านพิกเซลส์ คุณลุงคนนั้นยังบอกอีกว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับภาพถ่ายเลย บางคนมีกล้องดีแต่โทนเรื่องในการจับภาพไม่เวิร์กก็เอวัง บลา บลา บลา ตอนที่คุณลุงคนนั้นอธิบายไป ผมยังนึกเลยว่า เอ อาบังคนนี้คงอยากเมาท์มากนะ เมาท์เป็นชุดไม่หยุดพัก แปลกดีนะครับ ปกติคนเราได้รับการทักทายง่ายๆ จากจากเดินจูงหมาออกมาในที่สาธารณะ ใครเห็นก็ทัก เข้ามาพูดคุย เพราะมีหมาเป็นนางนกต่อ แต่ผมกลับมีแค่กล้องถ่ายรูปโบราณอันนี้
ในที่สุดเค้าก็ให้ชื่อและเว็บไซต์ของเขาฝากไว้ก่อนจากกัน ผมยังได้ภาพถ่ายคู่มาไว้ด้วยเพื่อยืนยันว่า(เผื่อ)เป็นตัวจริง กลับมาถึงที่บ้านปุ๊บผมก็เข้าเว็บทันทีเพื่อพิสูจน์ ปรากฏว่าเขาเป็นช่างภาพ (จริงๆ ด้วยว่ะ) www.chandrushahani.com เว็บไซต์ของคุณ Chandru Shahani ชายเชื้อสายอินเดีย อายุ 70 ปี
ไม่อยากเชื่อเลยว่าวันนี้ผมจะได้รู้จักกับคนมากประสบการณ์อีกคนโดยบังเอิญ บางครั้งการที่คนอื่นเข้าหาเราแบบดีๆ ดีแบบที่เราไม่คาดคิด เราอาจตั้งกำแพงกั้นมิตรภาพไว้ซะสูงเกินเหตุ แต่อย่างว่า มิตรภาพในเมืองใหญ่มันไม่ได้หาได้ง่ายๆ และบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเราต่างใส่รหัสกันไว้หลายชั้น
อ้างว่า "เพื่อความปลอดภัย"
เอาน่า ผมว่าอย่าไปคิดอะไรมาก ถ้าคนเราอยากรู้จักกันไว้ ไม่ง่าย ไม่ยาก ถ้าหากเปิดใจพูดคุยกัน ผมมีคุณลุงอินเดียคนนี้เก็บไว้ในไดอารีออนไลน์วันนี้เพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว
จำได้ว่าสมัยก่อนตอนเรียนมหาลัย ผมต้องไปขึ้นรถประจำทางกลับบ้านที่สถานีขนส่ง อาเขต เชียงใหม่ ด้วยความที่เราเป็นนักศึกษาสังคมศาสตร์ และชอบซักถามพูดคุย ผมจึงมักจะได้พบเจอคนหลากหลายและรู้จักคนจากบทสนทนาในสถานที่ต่างๆ กัน สนุกดีครับ ครั้งหนึ่งผมเจอหญิงชาวดอย เขาเล่าเรื่องการปลูกถั่วเหลืองให้ฟังแบบละเอียดมากจนอยากจะไปเยี่ยมบ้านเขา ไปช่วยปลูกถั่ว ไปช่วยขายให้ได้ราคาที่ไม่ขาดทุนย่อยยับจนต้องจำนองที่นาและบ้าน อีกครั้งผมนั่งบนรถประจำทางพี่ผู้หญิงคนนึงคุยเป็นเพื่อนผมตลอด ๔ ชั่วโมง เล่าเรื่องครอบครัวแบบหมดเปลือก ขมวดท้ายด้วยเรื่องบนเตียงกับสามี (เลยนะ)
ผมชอบคุยกับคนรอบข้าง เพราะเหมือนผมได้อ่านหนังสือชีวิตของเขา แม้เพียงส่วนหนึ่ง แต่มันทำให้ผมได้รับรู้ความรู้สึกของคนอื่น ทำให้คนอื่นได้รับความรู้สึกของผม แม้เพียงชั่วระยะเวลาอันสั้น และจากวันนั้นเราอาจจะไม่เจอกันอีกแล้วจนวันตาย แต่ผมไม่เคยลืมคู่สนทนาแต่ละคนของผมเลย มีความสุขที่ได้พูดคุยกับผู้คนมากครับ
"a stranger on a bus" คำพูดนี้คงเป็นจริงไปตลอดกาลหากผู้ที่นั่งข้างๆ (ที่อาจเป็นคุณ) ไม่เปิดปากพูดคุย มันต้องมีฝ่ายเริ่ม มิตรภาพจึงจะถือกำเนิดขึ้นมาหายใจบนโลกใบนี้ได้ จริงๆ มันก็ทำได้ง่ายๆ เริ่มจากรอยยิ้มของเราเอง
ตอนนี้ที่นั่งยิ้มมองภาพถ่ายผลงานคุณลุงจากสถานที่ต่างๆ รอบโลกอยู่ สวยมากครับ เขาไปมาหลายประเทศ หลายทวีป หลายสังคม วันนี้คุณลุงเป็นคนเริ่มทักผม มิตรภาพจึงได้หายใจอยู่ตรงหน้า เพิ่งรู้ว่าประโยชน์ของกล้องถ่ายรูปมีมากกว่าแค่ใช้ถ่ายรูปก็วันนี้เอง