มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งนึงในชีวิตของคนไกลบ้านอย่างผม แต่ไม่ได้คิดแบบจริงจังหรือรู้สึกสำนึกผิด(มาก)เท่านี้มาก่อน ความรักเป็นสิ่งสวยงาม ทำให้เกิดความหวังและกำลังใจ
แต่คนที่มีรักคราวเคียวกันสองคนล่ะครับ มันจะเป็นยังไง เพราะผมไม่เคยเห็นหนังเรื่องไหนเกี่ยวกับความรักของคนสามคน คนหนึ่งอยู่ตรงกลางที่จะต้องเลือก เลือกคนที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด คนที่รักมากที่สุด แต่ทั้งสองคนนั้นต่างเป็นคนดีทั้งคู่ ดีแบบเต็มเปี่ยมทั้งคู่จริงๆ
ผมผ่านตรงนั้นไปได้แล้วครับ แม้ว่าจะไม่เคยมีหนังเรื่องไหนมาให้ย้อนดูตัว แต่ด้วยระบบศีลธรรม และกรอบเกณฑ์ของสังคมที่ล้อมรั้วไว้อยู่ก่อน นำพาให้ผมกลับเข้ามาอยู่ในพื้นที่เดิมได้เมื่อไม่นานมานี้
ช่วงก่อนผมมีปัญหากับแฟนและครอบครัวของเขา จริงๆ มีปัญหากับครอบครัวของเค้ามากกว่า เพราะเค้ามาเที่ยวที่ลอนดอน และมาอยู่แบบมาราธอน นี่ก็ปาเข้าไปเกือบหกเดือนแล้ว
จริงครับ ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน แต่คำพูดนี้ต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติมต่อท้ายอย่างมากในความเป็นจริง พ่อแม่ของแฟนผมดูเหมือนไม่ค่อยราบรื่นและปลาบปลื้มเท่าใดนักในความรักของผมกับแฟน สถานภาพของความเป็นพ่อแม่ถูกใช้เป็นอาวุธในการทำลายสถานภาพคนรักที่เรามีให้กัน รายละเอียดของเรื่องราวความขัดแย้งมันมีมากมายครับ โดยสรุปคร่าวๆ คือมันทำให้ผมต้องวิ่งหนีออกจากชีวิตเค้าพักนึง
ตรงช่วงนั้นเองทำให้ผมได้ไปเจอคนใหม่ เค้าเป็นคนดีมากๆ คุณสมบัติที่ผมต้องการเค้ามีหมด ยกเว้น "เวลา" ที่เรามีร่วมกันน้อยมากคือ ๑๐ วันเท่านั้น ในขณะที่ผมกับแฟนคนเดิมมีร่วมกันมาประมาณ ๙๑๒ วันแล้ว
เพื่อนของเค้าคนใหม่ และเพื่อนของเค้าคนเดิมต่างประเคนเหตุผลร้อยแปดพันเก้าให้ผมได้เลือก ได้เลิก และได้ฤกษ์ในการดำเนินชีวิตต่อไป ซึ่งในที่สุดตัวผมเองก็ต้องเป็นคนตัดสินใจ และแน่นอนว่าต้องมีคนเสียใจ....มากกว่าหนึ่งคน
ผมตัดสินใจอยู่กับแฟนคนเดิมครับ
ผมรักเค้ามาก แม้ว่าจะเกลียดพ่อแม่เค้ามากเช่นเดียวกัน นี่กระมังที่เค้าเรียกว่ารักของแท้ ไม่ว่าอุปสรรคจะมีมากมายแค่ไหน มันก็ทำให้เรามีเรี่ยวแรงดำเนินความสัมพันธ์และดำเนินชีวิตกันต่อไป
สำหรับคนใหม่คนนั้น เค้าเข้าใจแล้วครับ เค้าบอกว่าเค้ามาผิด "เวลา" ไป และจะรอ "เวลา" ของเราสองคนไปเสมอ
ตอนนี้เรา "บอกกัน" ว่าเรามีสถานภาพเป็น "เพื่อน" กันเท่านั้น
ตอนนี้ผมคิดถึงเค้ามากครับ